7 นักเตะ ระดับตำนาน กองหลัง จอมซัดประตู ที่โลกไม่เคยลืม

7 นักเตะ ระดับตำนาน กองหลัง จอมซัดประตู สำหรับคอบอลตัวยงทั้งหลาย คงไม่มีใครไม่รู้จักยอดกองหลังตำนานเมืองเบียร์อย่าง ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ ที่สร้างชื่อเสียงไว้มากมาย ภายใต้การรับใช้ทีมชาติเยอรมันตะวันตก และสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ตลอดชีวิตการค้าแข้งของเจ้าตัว เขายิงประตูไปทั้งสิ้น 107 ประตู ด้วยการเล่นตำแหน่ง SW หรือ Sweeper นั่นเอง

โดยวันนี้ผมเลยจะยกยอดกองหลังอีก 7 คน ที่ทำประตูได้เยอะมาให้ทุกคนได้ยลโฉมกัน ผมบอกไว้ก่อนว่าลำดับข้างล่างต่อไปนี้  ไม่ได้เรียงตามประตู หรือตามความชอบของผู้เขียนแต่อย่างใดนะครับ

7 นักเตะ ระดับตำนาน กองหลัง จอมซัดประตู มีใครบ้าง

  1. โรนัลด์ คูมัน (253 ประตู)

กองหน้าบางคนยังต้องอิจฉา เมื่อคูมันมีสถิติการทำประตูที่น่าทึ่งกับจำนวน 253 ประตูจาก 763 เกม ตำนานปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้เล่นในตำแหน่งสวีปเปอร์ และได้รับอิสระขึ้นไปเติมเกมบุกด้วย แต่ลูกฟรีคิกและจุดโทษต่างหากคือจุดขายของเขา

ครั้งหนึ่งคูมันเคยทำถึง 26 ประตูในฤดูกาลเดียวให้กับ พีเอสวี ก่อนยิง 19 ลูกให้กับ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 1989/90 และ 1993/94 ประตูที่โดดเด่นที่สุดตลอดการค้าแข้งของเขาคงหนีไม่พ้นฟรีคิกนาที 112 ซึ่งช่วยให้บาร์ซ่าคว่ำ ซามพ์โดเรีย คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพฤดูกาล 1991/92

แต่อีกประตูที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลอังกฤษมากกว่า คือลูกที่เขาหลุดเข้าไปซัดและถีบอังกฤษตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 1994 ทั้งที่เกือบโดนไล่ออกเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า จน เกรแฮม เทย์เลอร์ ออกมาประชดผู้ตัดสินว่า “ขอบคุณนะกรรมการที่ทำให้ผมโดนไล่ออกจากตำแหน่ง”

2. โรแบร์โต้ คาร์ลอส (113 ประตู)

7 นักเตะ ระดับตำนาน กองหลัง จอมซัดประตู

หลายคนกล่าวว่าคาร์ลอสไม่เคยยิงฟรีคิกสวยๆ แบบนี้ได้อีกเลยหลังจากประตูนั้นในเกมที่บราซิลพบฝรั่งเศสเมื่อปี 1997 แต่สถิติการทำประตูของเขาก็น่าทึ่ง เมื่อเขาทำไปได้ถึง 113 ประตู

แน่นอนว่าประตูส่วนใหญ่มาจากลูกตั้งเตะ รวมถึงฟรีคิกจากระยะ 30 หลาในเกมนัดแรกกับ อินเตอร์ และฟรีคิกสำคัญในเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2002/03 ที่ทำให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกาอีกด้วย

3. พอล ไบรท์เนอร์ (113 ประตู)

แม้เจ้าตัวจะขึ้นไปเล่นเป็นกองกลางช่วงบั้นปลายอาชีพ แต่ก่อนหน้านั้น เขาคือยอดแบ็กซ้ายของ บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด และ ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ รวมถึงทีมชาติเยอรมันตะวันตกด้วย เขาคว้าแชมป์ยูโร ‘72 กับแชมป์ฟุตบอลโลก 1974 ให้กับทีมชาติ และยิง 3 ประตูในรายการหลัง หนึ่งในนั้นคือจุดโทษตีเสมอฮอลแลนด์ในนัดชิงชนะเลิศ

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เล่นเพียง 1 ใน 4 คน (ลองทายสิว่าใครคือคนที่เหลือ เฉลยอยู่ตอนท้าย*) ที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง หลังยิงอีกลูกในเกมนัดชิงฯ ปี 1982 ที่แพ้อิตาลี 10 ประตูตลอดการเล่นอาชีพเกิดในนามทีมชาติ ที่เหลือเกิดขึ้นในระดับสโมสร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาอาจเป็นตอนที่เล่นตำแหน่งกองกลางให้บาเยิร์น แต่ฝีเท้าในการทำประตูนั้นเด่นชัดตั้งแต่สมัยเป็นกองหลังแล้ว

4. ซินิซ่า มิไฮโลวิช (105 ประตู)

ด้วยฉายา “เทพลูกนิ่ง” ของเขา ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ประตูส่วนใหญ่จาก 105 ประตูที่เขาทำได้ทั้งกับสโมสรและทีมชาติจะมาจากลูกตั้งเตะ อดีตนักเตะทีมชาติยูโกสลาเวียผผู้นี้ยิงประตูจากลูกตั้งเตะไป 10 ประตูให้กับทีมชาติ รวมถึงลูกฟรีคิกที่เขาซัดให้ทีมขึ้นนำอิหร่านในฟุตบอลโลก 1998 กับอีก 61 ประตูจากการลงเล่นกับ 4 สโมสรในเซเรียอา

อดีตนักเตะโรม่า, ซามพ์โดเรีย, ลาซิโอ และ อินเตอร์ ถือเป็นนักเตะที่ยิงประตูจากลูกฟรีคิกมากที่สุดในลีกสูงสุดอิตาลีที่ 28 ประตูร่วมกับ อันเดรีย ปีร์โล่ นอกจากนี้เขายังเป็นมือสังหารจุดโทษขาประจำให้กับทุกทีมที่กล่าวมาอีกด้วย

5. เฟร์นานโด เอียร์โร่ (163 ประตู)

ประตูเดียวที่เอียร์โร่ทำได้กับ โบลตัน อาจเกิดขึ้นในเกมที่ไม่น่าจดจำ เมื่อต้นสังกัดพ่ายต่อ นอริช เมื่อเดือนธันวาคม 2004 แต่ก่อนที่เขาจะย้ายมาแคว้นแลงคาเชียร์นั้น สถิติ 127 ประตูกับ เรอัล มาดริด ก็ทำให้เขาแซงหน้าดาวยิงหลายรายในตารางดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมราชันชุดขาว แถมยังยิงได้ทั้งจากลูกตั้งเตะและจังหวะโอเพ่นเพลย์

ฤดูกาลที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 1991/92 เมื่อเขายิงไปถึง 26 ประตูจาการลงสนาม 53 นัด นอกจากนี้ยังเป็นตัวทีเด็ดในนามทีมชาติอีกด้วย เมื่อเขาคือผู้ยิงประตูชัยให้สเปนคว่ำเดนมาร์ก นำทีมกระทิงดุเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 1994

6. แดเนี่ยล พาสซาเรลล่า (175 ประตู)

หาก ดีเอโก้ มาราโดน่า หรือ ลิโอเนล เมสซี่ คือสุดยอดนักเตะเกมรุกที่อาร์เจนตินาเคยสรรค์สร้างมา พาสซาเรลล่าก็คงไม่ต่างกันหากพูดถึงเกมรับ อดีตนักเตะ ริเวอร์เพลท และ ฟิออเรนติน่า คือกัปตันผู้นำอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกปี 1978 ในบ้านตัวเอง และอยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์โลกในอีก 8 ปีถัดมาที่เม็กซิโก (แต่ไม่ได้ลงเล่นนัดชิงฯ) ด้วย

แม้จะมีส่วนสูงเพียง 173 เซนติเมตร (5 ฟุต 8 นิ้ว) แต่ลูกกลางอากาศคือจุดเด่นสำคัญ เมื่อส่วนใหญ่จาก 175 ประตูที่เขาทำได้มาจากลูกโหม่ง นอกจากนี้ยังเป็นมือสังหารจุดโทษทั้งกับสโมสรและทีมชาติ และจุดโทษที่เขายิงใส่ในเกมพบฝรั่งเศส ก็คือจุดเริ่มต้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยแรกของทีมฟ้าขาวในอีกไม่กี่วันต่อมา

7. โลร็องต์ บล็องก์ (146 ประตู)

แม้ยอดกองหน้าอย่าง เอริก คันโตน่า, โรเจอร์ มิลล่า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ต่างเคยเล่นให้ มงต์เปลลิเยร์ แต่ใครจะเชื่อว่าเจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลจะมีนามว่า โลร็องต์ บล็องก์ ด้วยจำนวน 77 ประตูจาก 251 เกมระหว่างปี 1983-1991 จริงอยู่ที่เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกในยุคแรกที่เล่นให้กับทีม แต่ประตูส่วนใหญ่เกิดจากการสังหารจุดโทษ และมีลูกฟรีคิกบ้างเป็นบางครั้ง รวมถึงลูกปั่นโค้งๆ ในเกมเฟรนช์คัพรอบชิงชนะเลิศปี 1990 ที่พาทีมคว้าแชมป์อีกด้วย

ทว่าประตูแห่งความทรงจำที่สุด คงหนีไม่พ้นโกลเด้นโกล ที่นำฝรั่งเศสคว้าชัยเหนือปารากวัยในรอบ 16 ทีมศึกฟรองซ์ 98 ก่อนที่ทีมตราไก่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จ

Leave a Reply