ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง ที่สกปรก ที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง

ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง ที่สกปรก ที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

นอกเหนือจากจะเป็นลีกที่สนุกสนานเร้าใจที่สุดในโลกแล้ว – พรีเมียร์ลีก ยังถือเป็น 1 ในลีกที่เต็มไปด้วยแข้งสกปรกมากที่สุดเช่นกัน วันนี้เราจะมา ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง ที่สกปรก ที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟุตบอลที่หนักหน่วง แลกกันหมัดต่อหมัด และแท็คติกที่สกปรก บางครั้งก็ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นได้ นี่คือชื่อเสียงที่เคียงคู่มากับ พรีเมียร์ลีก ตลอดมา ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามเอาฟุตบอลที่สวยงามของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาสวมใส่มากแค่ไหนก็ตาม

เนื่องในโอกาสดีช่วงปิดฤดูกาลแบบนี้ เราจะขอพาทุกคนกลับไปทบทวนความทรงจำถึง 10 ผู้เล่นที่ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นแข้งที่ “สกปรกที่สุด” ในยุค พรีเมียร์ลีก! ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง ที่โหด ที่ทราม จนคนดูในสนามต้องตะลึง

ขุด สันดานดิบ 10 แข้ง

1.ลี โบวเยอร์

อันที่จริงแล้ว ลี โบวเยอร์ เคยมีช่วงเวลาที่ได้รับการยกย่องว่าคือมิดฟิลด์ที่ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งของ พรีเมียร์ลีก ในยุค 2000 มาแล้วเช่นกัน แต่เขากลับมีด้านมืดที่ถูกพูดถึงมากกว่า โดยจัดการสร้างสถิติโดนใบแดงไปถึง 5 ใบ และได้ใบเหลืองแตะหลัก 100 ครั้ง ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นผู้เล่นในแนวรุกแท้ๆ เช่นเดียวกับวีรกรรมเลวๆ ที่ต่อยกับเพื่อนร่วมทีมตัวเองที่ นิวคาสเซิ่ล อย่าง คีรอน ดายเออร์ ในระหว่างเกมการแข่งขัน


2.ดันแคน เฟอร์กูสัน

ฉายา “บิ๊กดั้งค์” นี่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ใครที่เป็นแฟนบอล พรีเมียร์ลีก ยุค 90 จะรับทราบชื่อเสียงของ ดันแคน เฟอร์กูสัน เป็นอย่างดีว่านอกเหนือจากจะชอบโขกบอลยัดก้นตาข่ายแล้ว เขายังหมกมุ่นกับการ “ดั้งค์” ผู้เล่นให้กลิ้งเป็นลูกขนุนด้วยเช่นกัน ทุกคนที่ตามประกบเขาล้วนแต่ต้องมีแผลฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมดหลังจบแมตช์

ประหนึ่งเพิ่งไปต่อยมวย 12 ยกมา นั่นก็เพราะ “บิ๊กดั้งค์” เป็นผู้เล่นที่ใช้ลูกตุกติกนอกเกมตลอด เขาผ่านการโดนไล่ออกตอนรับใช้ เอฟเวอร์ตัน ถึง 8 ครั้ง และมีภาพจำติดตาตอนต่อย พอล ชาร์เนอร์ แข้งของ วีแกน ลงไปนอนคว่ำ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะลงสนามไป 7 นาที


3.เอล ฮัดจิ ดิยุฟ

หากนับเรื่องสถิติแล้ว ดิยุฟ เป็นผู้เล่นที่เคยได้ใบแดงไปเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้นในศึก พรีเมียร์ลีก แต่เขากลับเป็นพ่อค้าแข้งที่ถูกแฟนบอลประณามได้มากมายอย่างเหลือเชื่อ โดยมีจุดเริ่มต้นอย่างจริงจังตอนถุยน้ำลายใส่แฟนบอลของ เซลติก ระหว่างเกม ยูฟ่า คัพ แถมหลังจากนั้น 1 ปี ก็มาถุยใส่ อาร์เยน เด ซูว์ แนวรับของ พอร์ทสมัธ

ขณะที่ตอนย้ายไปอยู่ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เจ้าตัวก็ไปมีเรื่องตบตีแบบปัญญาอ่อนกับเด็กเก็บบอล! ซึ่งนั่นทำให้ดาวเตะจอมฉาวทีมชาติเซเนกัล ได้รับฉายาจากสื่อกีฬาว่า “นักบอกที่สกปรกยิ่งกว่าหนูท่อ”


4.ปาทริค วิเอร่า

แน่นอนว่า ปาทริค วิเอร่า เป็นกองกลางที่มีฝีเท้าอยู่ในระดับ เวิลด์คลาสส์ และคือหัวโจกสำคัญของ อาร์เซน่อล ในยุคทองของ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่ถึงแม้กัปตัน “ปั๊ต” จะสุดยอดแค่ไหน แต่ในอีกมุมหนึ่งเขาก็เป็นผู้เล่นที่ป่าเถื่อนซาดิสต์ที่สุดด้วยเช่นกัน

โดยเคยถูกไล่ออกในเกมลีกไป 8 ครั้ง ซึ่งเคยมีช่วงเวลาระหว่างปี 1999-2004 ที่เขาต้องโดนไล่ออกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกๆ ฤดูกาล และนั่นก็ทำให้ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศส กลายเป็นนักเตะที่ได้รับใบเหลืองและใบแดงเยอะที่สุดในยุคที่ “เจ๊แหวง” คุมทีม


5.โจอี้ บาร์ตัน

ในโลก โซเชี่ยล เราจะเห็น โจอี้ บาร์ตัน พยายามโปรโมตตัวเองด้วยลีลาการใช้ภาษาแบบปัญญาชน เรียกได้ว่ามีความรู้มีการศึกษาสุดๆ แต่นั่นมันไม่ใช่ตัวจริงของเขาเลยสักนิด เพราะตลอดช่วงชีวิตที่เขาค้าแข้งทั้งใน และ นอกสนามนั้น เราจะได้เห็น บาร์ตัน

แสดงความถ่อยออกมาได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเอาซิการ์จี้ตานักเตะรุ่นน้อง , การต่อยกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง โอลิเวอร์ ดาโบ และผ่านการถูกไล่ออกใน พรีเมียร์ลีก ไป 6 ครั้ง โดยมีถึง 5 ครั้ง ที่โดนแจกใบแดงแบบไดเร็ก

 


6.เบน แธตเชอร์

ดาวเตะชาวเวลส์ เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักครั้งแรกตอนรับใช้ “เดอะ เครซี่แก็ง” วิมเบิลดัน โดยจัดการศอกใส่หัว นิคกี้ ซัมเมอร์บี ผู้เล่นของ ซันเดอร์แลนด์ จนเลือดอาบ แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะมันยังมีเหตุการณ์เมื่อปี 2006 ที่เจ้าตัวย้ายไปอยู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วตั้งใจสับศอกใส่ เปโดร เมนเดส ผู้เล่นของ พอร์ทสมัธ จนลงไปนอนวัดพื้นหมดสติ

ซึ่งได้ส่งผลให้ แธตเชอร์ โดนแบนย้อนหลังยาวถึง 8 เกม และโดนปรับค่าเหนื่อย 6 สัปดาห์ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งเมือง แมนเชสเตอร์ เข้ามาสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง


7.ร็อบบี้ ซาเวจ

เดลี่ย์เมล์” สื่อจอมขุดคุ้ยแห่งแดน “ผู้ดี” เคยยกตำแหน่งให้ ร็อบบี้ ซาเวจ เป็นผู้เล่นที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2008 โดยมีสถิติเรียกใบเหลืองและใบแดงจากคู่แข่งได้มากที่สุด โดยมีอาวุธสำคัญเป็นลูกตุกติกมารยา

ตรงกันข้ามกับเวลาที่ตัวเองทำความผิด มันมักจะเป็นสิ่งที่เล็ดลอดสายตาผู้ตัดสินไปได้เกือบตลอด ซึ่งทำให้ ซาเวจ ได้รับใบเหลืองและใบแดงน้อยกว่าความเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ และด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้เอง ที่ทำให้ ซาเวจ ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่ทำเลวได้แนบเนียนที่สุดคนหนึ่งของลีก


8.รอย คีน

สุดยอดกัปตันผู้กล้าแกร่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ภายใต้ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขา มันก็แฝงมาด้วยด้านมืดคล้ายๆ กับเคสของคู่อริของเขาอย่าง ปาทริค วิเอร่า พวกเราทุกคนไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับ คีน ในตอนที่เขาโกรธ สงครามการห้ำหั่นกันระหว่างเขากับ วิเอร่า

เป็นวาระที่ดุเดือดประหนึ่งหนังแอ็กชั่น แต่มันก็ยังมีวีรกรรมอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน อาทิเช่น การเหยียบ อัลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนน์ จนร่างกายพัง , การประจันหน้ากับ อลัน เชียเรอร์ และการย่ำ แกเร็ธ เซาธ์เกต แบบจงใจอย่างน่าเกลียด


9.จอห์น ฮาร์ทสัน

ในช่วงปี 1995-2001 สถิติระบุว่า จอห์น ฮาร์ทสัน มีค่าเฉลี่ยจะโดนใบแดง ในทุกๆ 26 เกมลีก โดยพร้อมจะมีเรื่องกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ , สต๊าฟฟ์โค้ช , เทรนเนอร์ , ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมตัวเอง ซึ่งปีที่พีคสุดๆ ของ ฮาร์ทสัน ก็คือปี 1998 ที่เจ้าตัวระเบิดฟอร์มซัดไปถึง 24 ประตู ทั้งๆ ที่มีเกมโดนแบนไปถึง 5 นัด จากคดีสับศอกใส่ เพอร์ ฟรานเซ่น

ดาวเตะของ โบลตัน และมันก็คือปีเดียวกับที่เจ้าตัวไปมีเรื่องกับ เอยัล เบอร์โควิช แข้งเพื่อนร่วมทีม ในช่วงระหว่างการฝึกซ้อม ซึ่ง ฮาร์ทสัน โชว์ความเถื่อนด้วยการถีบหน้าใส่เข้าเต็มเบ้า จน เบอร์โควิช ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ต้องพักไปนานสองนานเลยทีเดียว


10.วินนี่ โจนส์

ไม่มีทางตกสำรวจแน่นอน สำหรับ วินนี่ โจนส์ กัปตัน “โรคจิต” จากสโมสร วิมเบิลดัน โดยทำสถิติโดนใบแดงไล่ออกจากสนามใน พรีเมียร์ลีก ไปถึง 12 ครั้ง! แถมยังถือครองสถิติโดนใบเหลืองเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใช้เวลาแค่ 3 วินาที

ในศึก เอฟเอ คัพ ที่พบกับ เชลซี เมื่อปี 1992 รวมไปถึงภาพจำติดตาตอนบีบไข่ไอ้ตัวแสบอย่าง พอล แกสคอยน์ แบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม นับได้ว่าคู่ควรกับตำแหน่งหัวหน้าขบวนการ “เดอะ เครซี่แก็ง” ภาค 2 ในยุคของกุนซือ โจ คินเนียร์ อย่างแท้จริง


และนั่นคือรายชื่อทั้งหมดของผู้เล่นที่สกปรกที่สุดนับตั้งแต่ศึก พรีเมียร์ลีก เริ่มก่อตั้งขึ้นมา โดยในปัจจุบัน วิวัฒนาการของฟุตบอลในแดน “ผู้ดี” ก็มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ประกอบกับกฏที่เข้มขึ้น มันก็ทำให้เราได้เห็นนักเตะในสไตล์แบบนี้น้อยลงไป – คงเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำของผู้เล่นในอดีตเหล่านี้ครับ

Close Menu