10 นักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่ซื้อจากเพื่อนร่วมลีก แล้ว กลายเป็นตำนานของสโมสร

10 นักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่ซื้อจากเพื่อนร่วมลีก แล้ว กลายเป็นตำนานของสโมสร

10 นักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่ซื้อจากเพื่อนร่วมลีก แล้ว กลายเป็นตำนานของสโมสร นั้นมีใครกันบ้าง และ แต่ละคนจะเป็นที่รู้จักหรือประสบความสำเร็จ มากน้อยขนาดไหน วันนี้เราจะไปไร้เรียงกันดู

ลีออน โกเร็ตซ์ก้า (จาก ชาลเก้ 04, ปี 2018)
ค่าตัว : ฟรี
กองกลางที่ได้รับความสนใจจาหลายบิ๊กทีมในยุโรปจากการโชว์ได้อย่างโดดเด่นกับ ชาลเก้04 แต่ทว่าสุดท้ายก็เป็น “เสือใต้” ที่รับช่วงต่อไปอย่างไม่ยากเย็น แต่ทว่าในซีซั่นนี้ของ โกเร็ตช์ก้า กลับไม่ค่อยเปรี้ยงเสียเท่าไหร่หลังจากพึ่งซัดไปเพียง 2 ประตูจากการลงสนาม 22 นัดในทุกรายการ

มานูเอล นอยเออร์ (จาก ชาลเก้04, ปี 2011)
ค่าตัว : 22.5 ล้านปอนด์
เมื่อครั้งยังเยาว์วัย นอยเออร์ ก็ถูกดึงตัวมาค้าแข้งกับ “เสือใต้” เสียแล้ว หลังจากโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบกับ ชาลเก้04 แต่แล้วด้วยเม็ดเงิน 22.5 ล้านปอนด์ที่ลงทุนไปกลับคุ้มค่าเป็นอย่างมากมากเราะ เจ้าตัวเป็นส่วนสำคัญในการพา บาเยิร์น ประสบความสำเร็จทั้งในและนอกประเทศ

มาริโอ โกเมซ (จาก สตุ๊ตการ์ท, ปี 2009)
ค่าตัว : 22.5 ล้านปอนด์
ด้วยฟอร์มที่โคตรโหดในการยิงประตูพา สตุ๊ดการ์ท ผงาดแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาล 2006-07 ซึ่งหลังจากนั้น 2 ฤดูกาล บาเยิร์น ก็ทดความร้อนแรงไม่ไหวจัดการปิดบัญชีคว้าตัวกองหน้าร่างใหญ่ผู้นี้เข้าสู่ทีม ซึ่งตลอด 4 ปี กับ “เสือใต้” โกเมซ ก็สร้างผลงานไว้ได้อย่างน่าประทับใจหลังซัดไปทั้งสิ้น 113 นัด จากการลงสนาม 174 นัด กวาดแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย และแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย

มาริโอ เกิทเซ่ (จาก ดอร์ทมุนด์, ปี 2013)
ค่าตัว : 27.75 ล้านปอนด์
มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์จากผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ ดอร์ทมุนด์ จึงทำให้บอร์ดบริหารของ บาเยิร์น ยอมควักเงินกว่า 27 ล้านปอนด์ในการปิดดีลนี้ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บถึงทำให้ เกิทเซ่ ไม่อาจโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มที่กับ “เสือใต้” ก่อนจะถูกปล่อยตัวกลับถ้ำเสือเหลืองเมื่อปี 2016

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (จาก ดอร์ทมุนด์, ปี 2014)
ค่าตัว : ฟรี
เป็นการตัดกำลังคู่แข่งลุ้นแชมป์ลีกแบบโดยตรง และเป็นการได้ตัวมาแบบฟรีๆ อีกต่างหาก ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นดาวยิงตัวหลักของทีมอยู่ และถือว่าเป็นอีกดีลที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับ บาเยิร์น จากจำนวนการยิงประตูและการไล่ล่าความสำเร็จจากดาวยิงทีมชาติโปแลนด์รายนี้

มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ (จาก ดอร์ทมุนด์, ปี 2016)
ค่าตัว : 30.7 ล้านปอนด์
เป็นการตัดขาคู่แข่งร่วมลีกที่แย่งลุ้นแชมป์กันอีกครั้ง โดยถึงแม้ ฮุมเมิ่ลส์ จะเคยเป็นเด็กในอคาเดมี่ของ “เสือใต้” มาก่อนก็ตาม และการดึงตัวกลับมาครั้งนี้อาจต้องแลกด้วยเม็ดเงินในระดับนึง แต่ถือว่าก็คุ้มค่าไม่ใช่น้อยกับผลงานที่ยอดเยี่ยมของปราการหลังรายนี้

มิโรสลาฟ โคลเซ่ (จาก แวร์เดอร์ เบรเมน, ปี 2007)
ค่าตัว : 11.25 ล้านปอนด์
ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงกับ เบรเมน ก็เลยทำให้ บาเยิร์น ไม่พลาดที่จะดึงตัวมาเสริมทัพ แต่แล้วดาวซัลโวตลอดกาลของศึกฟุตบอลโลกกับไม่ค่อยมีช่วงเวลาที่น่าจดจำเสียเท่าไหร่ภายใต้ยูนิฟอร์มของ “เสือใต้” เพราะส่วนใหญ่เขาจะมีบทบาทเป็นเพียงกองหน้าตัวสำรองเสียมากกว่า

มิชาเอล บัลลัค (จาก เลเวอร์คูเซ่น, ปี 2002)
ค่าตัว : 4.5 ล้านปอนด์
มิดฟิลด์ระดับพรสวรรค์ของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ในช่วงนั้น และมันคงไม่แปลกที่ บาเยิร์น จะไปเจรจาคว้าตัวมาร่วมทัพ ก่อนที่ บัลลัค จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญและตำนานของสโมสรในเวลาถัดมา จากการคว้า 8 โทรฟี่ และ 2 ผู้เล่นยอดเยียมแห่งปี กับ บาเยิร์น มิวนิค

เซ โรแบร์โต้ (จาก เลเวอร์คูเซ่น, ปี 2002)
ค่าตัว : 7 ล้านปอนด์
อีกหนึ่งนักเตะที่ไปฉกมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ในปี 2002 ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมจากทั้ง 2 ยุค คือ ระหว่างปี 2002-2006 และ 2007-2009 โดยระหว่างนั้นเจ้าตัวได้ย้ายกลับไปค้าแข้งดับ ซานโตส สโมสรในลีกบราซิลบ้านเกิดของ เซ โรแบร์โต้

หลุยส์ กุสตาโว่ (จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์, ปี 2011)
ค่าตัว : 12 ล้านปอนด์
หลังจากสร้างกับสโมสรเล็กๆ อย่าง ฮอฟเฟ่นไฮม์ ก็ได้เวลาที่ บาเยิร์น จะไปคว้าตัวมาร่วมทัพ และก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าไม่ใช่น้อยเพราะมิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้เป็นหนึ่งในขุนพลชุดซิวเจ้ายุโรปเมื่อฤดูกาล 2012-13 ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกไปให้กับ โวล์ฟสบวร์ก หลังจากจบซีซั่นดังกล่าว

Close Menu