แชมป์แรก ของ อูไน เอเมรี่ ผจก.ทีม อาร์เซนอล ใกล้เป็นจริง หลังต้อน นาโปลี

แชมป์แรก ของ อูไน เอเมรี่ ผจก.ทีม อาร์เซนอล ใกล้เป็นจริง หลังต้อน นาโปลี

แชมป์แรก ของ อูไน เอเมรี่ ผจก.ทีม อาร์เซนอล ใกล้เป็นจริง หลังต้อน นาโปลี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาร์เซน่อล สามารถเอาชนะคู่แข่งที่ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็ง แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปาลีก เช่นเดียวกับพวกเขาอย่าง นาโปลี ได้ถึง 2-0 ณ สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม

ซึ่งถือเป็นแมตช์ที่สำคัญอย่างมาก ในการที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพราะนี่ถือเป็นคู่แข่งที่ยากสำหรับ “ปืนใหญ่” และถือเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่สุด ในรอบ 8 ทีม

อาร์เซน่อล เพิ่งพ่าย เอฟเวอร์ตัน มาแบบที่แฟนบอลต้องเอามือมาก่ายหน้าผาก โดยในเกมนี้ อูไน เอเมรี่ ผู้เป็นกุนซือ ส่งผู้เล่นลงสนามแบบจัดเต็ม ประกาศให้รู้เลยว่าพวกเขาเอาจริงจนาดไหน ทั้งการใช้ อารอน แรมซี่ย์ ยืนคู่กับ ลูคัส ตอร์เรร่า วาง เมซุต โอซิล เป็นเพลย์เมคเกอร์ คู่หน้าใส่ทั้ง อเล็กซองเดร ลากาแซ็ตต์ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง

และบุกได้ไม่นาน 15 นาทีทีมก็ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการประสานงานกันที่ยอดเยี่ยม

ตั้งแต่การจ่ายบอลจังหวะเดียวกันในแดนกลาง นักเตะทุกๆ คนวิ่งสอดประสานกัน ลากาแซ็ตต์ ฉีกตัวออกมาอยู่ริมเส้น ให้ แอนสลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์ สลับไปยืนด้านใน บอลที่เริ่มจาก เมซุต โอซิล จ่ายจังหวะเดียวทำชิ่งกับเพื่อน จนเข้าไปถึงหน้ากรอบเขตโทษ

ก่อนที่ดาวเตะหมายเลข 10 จะปล่อยบอลออกขวาให้ ลากาแซ็ตต์ หลังจากนั้นยัดเข้าในให้ เมตแลนด์-ไนลส์ ก่อนจะพลิกจัวป้ายบอลให้ แรมซี่ยื ที่สอดเข้ามาช่วย ซัดเข้าประตูไป ถือว่าเป็นการประสานงานที่สวยสุดลูกหนึ่งเลยทีเดียว

หลังจากนั้นอีกเพียง 10 นาที “ปืนใหญ่” ก็มาได้ลูกสองจากความยอดเยี่ยมของ ลูคัส ตอร์เรร่า ที่ไปฉกบอลจากคู่แข่ง ก่อนจะลากเข้ามา ล็อกบอลหลอกผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเข้ามายิงด้วยซ้าย พร้อมได้ความเฮง บอลแฉลบ คาลิดู คูลิบาลี่ เข้าประตูไป

พอเกมนำ 2-0 พวกเขาก็เล่นได้อย่างสบายขึ้นมาก มาในช่วงครึ่งหลัง เอเมรี่ มาแบบประคองตัว เน้นแพ็คเกม และเน้นลูกโต้กลับ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทิ้งห่างเป็น 3-0 บ่อยครั้ง แต่ก็ได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ขณะที่ นาโปลี ก็ไม่ค่อยได้สร้างความอันตรายสักเท่าไหร่ในการบุก มักจะโดนการเช็กล้ำหน้าเล่นงาน

“ปืนใหญ่” สร้างความได้เปรียบในเกมเลกแรกไปเป็นที่เรียบร้อย การเอาชนะคู่แข่งได้ก่อน 2-0 ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ขอแค่บุกไปเยือนถิ่น ซาน เปาโล แล้วไม่แพ้ขาดกลับมา ก็จะเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

แต่ปัญหาใหญ่ของ อาร์เซน่อล ก็คือเรื่องการเล่นนอกบ้านนี่แหละ…

นับตั้งแต่บุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมเมื่อปีที่แล้ว ลูกทีมของ เอเมรี่ เล่นนอกบ้านนชนะเพียง 2เกมเท่านั้น คือการถล่ม แบล็คพูล 3-0 และเฉือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-1 ที่เหลือเสมอ 2 และแพ้ไป 7 เกม

เรียกได้ว่าเป็นสถิติที่เลวร้ายอย่างมาก ปัญหาการเล่นเกมเยือน เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ มาถึงช่วงเวลาซีซั่นแรกของ เอเมรี่ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้

ในช่วงเวลาที่พวกเขาไม่แพ้ใครติดต่อกัน 22 เกม ช่วงนั้นปัญหาเกมเยือนไม่มีเลย แถมยังยอดเยี่ยมด้วยซ้ำ เพราะใน 8 นัด พวกเขาเสมอหนึ่งนัด ที่เหลือชนะหมด!!

แต่หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นที่ดีก็หายไป เหลือความยอดเยี่ยมไว้อยู่ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม อย่างเดียว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ผู้เล่นสับเปลี่ยนกันบาดเจ็บ ทำให้ฟอร์มมันไม่คงที่

ด้วยผลการเล่นเกมเยือนแบบนี้ เลยทำให้แฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” ไม่วางใจมากนัก เพราะคู่แข่งก็คือทีมรองจ่าฝูงของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โอกาสที่พวกเขาจะโดนยิงกลับ หรือโอกาสที่จะตกรอบยังคงมีอยู่

ฉะนั้น เอเมรี่ ต้องรีบแก้การเล่นเกมยือนโดยด่วน ก่อนที่จะสายเกินไป เริ่มตั้งแต่เกมวันจันทร์นี้เลย

และบททดสอบที่สำคัญเลยคือในช่งเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เกมก็จะจบฤดูกาลนั้น อาร์เซน่อล เหลือการแข่งขันเกมเยือนถึง 5 นัดเป็นอย่างน้อย และคู่แข่งแต่ละทีมก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายด้วย

หากพวกเขาสามารถผ่าน นาโปลี ในรอบนี้ได้ ด้วยการเล่นเกมเยือนที่น่าประทับใจแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะก้าวไปถึงแชมป์ ยูโรปาลีก ถือว่าใความเป็นไปได้สูงมาก เพราะมันหมายความว่าคุณมีศักยภาพพอที่จะชนะทุกทีม

ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ “ปืนใหญ่” จะมีลุ้นคว้าแชมป์ ยูโรปาลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากปีที่แล้วพลาดท่าให้กับ แอตเลติโก มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ มาในหนนี้ พวกเขากำลังจะเข้าสู่รอบนั้นอีกครั้ง หากสามารถผ่าน นาโปลี ในเลกสองได้สำเร็จ

ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือเกมเยือน อาร์เซน่อล จะต้องผ่านเกมที่พบกับ นาโปลี ให้ได้ และการเล่นเกมเยือนในรอบรองชนะเลิศอีกหนึ่งแมตช์

มันเป็นโอกาสที่ดีของ อูไน เอเมรี่ เลย ในการจะคว้าแชมป์แรก ในฤดูกาลแรกที่ย้ายเข้ามาเป็นกุนซือ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ มันก็เป็นการตอบคำถามให้กับคนที่ต้อวข้อสงสัยในตัวเขา ว่าเก่งพอและเหมาะสมกับการคุมทีมที่มีชื่อเสียงอย่าง อาร์เซน่อล ได้หรือไม่

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องแก้ผลงานเกมเยือนที่เหลวเป๋วเสียก่อน แล้วค่อยไปลุ้นกันยาวๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ได้อะไรเลย ทั้งแชมป์ ยูโรปาลีก และตำแหน่งท็อปโฟร์

และความสำเร็จที่ฝันเอาไว้ ก็อาจจะเป็นเพียงแค่ความฝันต่อไป