ชั่งน้ำหนัก – ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า ที่ (อาจ) เปลี่ยนชะตา หงส์

ชั่งน้ำหนัก – ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า ที่ (อาจ) เปลี่ยนชะตา หงส์

ชั่งน้ำหนัก – ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า ที่ (อาจ) เปลี่ยนชะตา หงส์ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่ทีมเดียวที่อยากจับเจอ ปอร์โต้ ในรอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ทุกๆ ทีมที่เหลือต่างก็อยากดวงดีเหมือน “หงส์แดง” เช่นกัน

ถึงแม้จะต้องเป็นฝ่ายเปิด แอนฟิลด์ รับมือก่อน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

การไปเยือนสนาม ดราเกา ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเสียงเชียร์ที่กระหึ่มดุเดือด ย่อมไม่ใช่งานที่ง่ายๆ แต่สำหรับทีมที่เคยบุกไปเผา บาเยิร์น มิวนิค ถึง อัลลิอันซ์ อารีน่า มาแล้ว มันก็คงไม่มีอะไรให้พวกเขาต้องกลัวอีก

แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่สร้างขวัญกำลังใจให้ ลิเวอร์พูล มากที่สุด เพราะไฮไลท์ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อพวกเขาอีกอย่างก็คือโชคชะตาที่มีสิทธิ์พลิกผันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ชั่งน้ำหนัก ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า

คู่แข่งแย่งแชมป์สำคัญที่สุดของ “หงส์แดง” ถูกจับติ้วมาให้เจอกับ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ซึ่งทำให้ตอนนี้ “เรือใบสีฟ้า” กำลังจะเผชิญกับโปรแกรมที่โหดหินที่สุดครั้งหนึ่งของฤดูกาล

นับเป็นโค้งสุดท้ายที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า แมนฯ ซิตี้ มีโปรแกรมที่จะต้องเจอกับ สเปอร์ส เพิ่มอีก 2 นัด ซึ่งเมื่อนับรวมกับโปรแกรมอื่นๆ ในช่วงเดียวกันแล้ว นั่นจะทำให้ “เดอะ ซิตี้เซน” มี 7 เกมโหดหฤหรรษ์ ภายในระยะเวลาแค่ 19 วัน!

หากอ่านเกมคร่าวๆ ล่วงหน้า พวกเราส่วนใหญ่เชื่อกันว่า แมนฯ ซิตี้ จะทุบ สวอนซี ในสุดสัปดาห์นี้ ผ่านเข้ารอบ เอฟเอ คัพ ต่อไปได้

นั่นแปลว่าพวกเขาจะมีโปรแกรมรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เพิ่มขึ้นอีก 1 นัดในวันที่ 6 เม.ย. (หรือหลังจากนั้น 1 วัน) ซึ่งคู่แข่งของพวกเขาก็มีโอกาสเป็นเพื่อนบ้านตัวเอ้อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ชั่งน้ำหนัก ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า

เท่านั้นไม่พอ เพราะหลังจากเสร็จศึก เอฟเอ คัพ 3 วัน ซิตี้ จะเดินทางไปที่ ลอนดอน เพื่อฟัดกับ สเปอร์ส ในเลคแรก แชมเปี้ยนส์ลีก

ทั้งหมดนั้นเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น!

พอเสร็จศึกกับ “ไก่เดือยทอง” ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จะต้องบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในอีก 4 วันถัดไป ทีมที่มักเป็นหนามยอกอกของพวกเขามาตลอดในช่วง 2-3 เกมหลังสุด

หลังเสร็จศึกโหดที่ เซลเฮิร์ส พาร์ค พวกเขาก็ต้องเปิดศึกกับ สเปอร์ส ต่อ 2 เกมซ้อนทันที เริ่มที่เกมนัดตัดสิน แชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์ ต่อด้วยการเจอต่อในเกมลีกสุดสัปดาห์

ความฮาร์ดคอร์ของ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่จบง่ายๆ แค่นี้ เพราะหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ พวกเขาก็ต้องมีเกมหนัก บุกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ

ชั่งน้ำหนัก ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า

ท่ามกลางสมรภูมิที่ประดังมาไม่ยั้งเหล่านี้ ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล มีเกมเตะแค่ 5 เกมในช่วงเวลาเดียวกัน (นับเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.)

“หงส์แดง” จะเริ่มที่การเจอ เซาธ์แฮมป์ตัน ต่อด้วยการเปิดบ้านเจอ ปอร์โต้ กลางสัปดาห์ และเปิดบ้านพบ เชลซี ในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะบุกไปตัดสินชะตากับ ปอร์โต้ ต่อ

พอเสร็จสิ้นศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีม พวกเขาจะกลับมาเปิดบ้านพบ คาร์ดิฟฟ์ วันที่ 21 เม.ย. แล้วพักอีก 1 สัปดาห์ รอเฝ้าบ้านเจอ ฮัดเดอร์สฟิลด์

ไม่ต้องบอกก็รู้ โปรแกรมของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ง่ายกว่าของ ซิตี้ อย่างเห็นได้ชัด!

นั่นคือราคาความเสี่ยงที่ แมนฯ ซิตี้ จะต้องลองประเมินดูว่าพวกเขาจะเอาอย่างไรต่อไป การกวาด 4 แชมป์ไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำกันได้ง่ายๆ

ชั่งน้ำหนัก ความซวยของ ทัพเรือใบสีฟ้า

เราคงได้เห็นเจตนาของ เป๊ป ชัดขึ้นกับการจัดทีมพบ “หงส์ขาว” ในศึก เอฟเอ คัพ ว่าจะยังเอาถ้วยนี้อยู่มั้ย ? ยังอยากจะจริงจังต่อแค่ไหน ?

เส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ การสร้างสิ่งที่แทบไม่มีใครทำได้มาก่อน ย่อมเป็นภารกิจที่ยากแสนยาก

สุดท้ายแล้วโปรแกรมมันก็เป็นแค่โปรแกรม! เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า “เรือใบสีฟ้า” หรือ “หงส์แดง” ใครจะสะดุดมากกว่ากัน สิ่งที่ดูยากอาจไม่ยากอย่างที่คิด และสิ่งที่ดูง่ายอาจไม่ง่ายดั่งใจฝัน

บทพิสูจน์ของ แมนฯ ซิตี้ คือการฝ่าอุปสรรคโคตรใหญ่นี้ไปให้ได้

บทพิสูจน์ของ ลิเวอร์พูล คือการเก็บผลการแข่งขันในแมตช์ที่ถูกคาดหวังว่าจะต้องไม่พลาด

แต่ใครจะเป็นฝ่ายทำสำเร็จ เราคงต้องมารอดูกัน

Close Menu