ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล ดีหรือร้าย หลังจากเข้ายึดทั้งหมด

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล ดีหรือร้าย หลังจากเข้ายึดทั้งหมด

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล ดีหรือร้าย หลังจากเข้ายึดทั้งหมด เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา สแตน โครเอนเก้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ได้ทำการฮุบธุรกิจสโมสร อาร์เซน่อล แต่เพียงผู้เดียว หลังจากใช้เงินราวๆ 550 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อหุ้น 33 เปอร์เซนต์ของ อลิเชอร์ อุสมานอฟ นักธุรกิจชาวรัสเซีย มาครอบครอง

ทำให้ปัจจุบัน เขาได้กลายเป็นผู้ครอบครองสโมสรแต่เพียงผู้เดียว และแน่นอนว่ามันสร้างความไม่พอใจกับแฟนบอล “ปืนใหญ่” เป็นจำนวนมาก

หลังจากที่เราได้เห็นกันมาตลอดกับการเข้ามาเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในยุโรป จากบรรดานักธุรกิจแดนลุงแซม มักจะลงรอยกันไม่สวยนัก ไม่ว่าจะเป็น มัลค่อม เกลเซอร์ และตระกูล เจ้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เหล่าสาวก “ปีศาจแดง” เกลียดนักหนา รวมถึง จอร์จ ยิลเล็ตต์ อดีตเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล

โดยมีความเป็นกังวลใจว่าสโมสร จะถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเอากำไร รายได้ทีมเข้ามาปรนเปรอตัวเอง หรือแม้กระทั่งการกู้เงินเพื่อเอาไปบริหารธุรกิจอื่นๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแรก คือการกู้เงินจากธนาคารเป็นจำนวน 550 ล้านปอนด์ ในการซื้อหุ้นเพื่อเข้ามาครอบครองสโมสรแบบเบ็ดเสร็จนั่นแหละ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติที่นักธุรกิจเค้าทำกัน เพื่อเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการต่างๆ

แน่นอน คุณจะเกลียด โครเอนเก้ ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะปัจจุบันเขาก็ยังบริหารไม่ได้ถูกใจ เหตุผลหลักๆ คือการไม่ทุ่มซื้อผู้เล่นชื่อดัง เหมือนที่ทีมอื่นๆ เค้าทำกัน และผลงานก็ออกมาไม่สวยหรูในทุกๆ ปี

แต่ก็มีแฟนๆ หลายต่อหลายคน ที่กำลังเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับการบริหารของ โครเอนเก้ ยิ่งช่วงหลัง ได้เห็นกันบ่อยมากขึ้น ทั้งในโลกโซเชียล และบทสัมภาษณืตามที่ต่างๆ

ซึ่งวันนี้อยากจะชี้แจงให้เคลียร์ โดยมีความตั้งใจว่าไม่อยากให้สาวก “ปืนใหญ่” เข้าใจกันแบบผิดๆ อีก

โครเอนเก้ มาฮุบ อาร์เซน่อล เพื่อเอาเงินรายได้ไปบริหารทีม แอลเอฯ แรมส์

แค่เจอความเห็นนี้เข้าไป ผมก็อดกลั้นขำไม่อยู่ เข้าใจแฟนบอลเหมือนกันนะว่าเขาคงสนใจดูแต่ฟุตบอล หรือที่เรียกว่า ซอคเกอร์ กันแค่อย่างเดียว แต่บางทีการจะด่าใคร ก็ควรที่จะศึกษาโลกภายนอกให้มันกว้างก่อน ไม่ใช่อยู่แต่ในกะลาที่เรียกว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ในโลกอันกว้างใหญ่ ซอคเกอร์ อาจจะเป็นกีที่มีความนิยมในวงกว้าง มากกว่าอเมริกันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือลีกที่ได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดสูงขึ้นทุกๆ ปี แต่มันไม่ได้ความว่า อาร์เซน่อล จะเป็นสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่มากมาย

ต้องขออภัยแฟนบอล อาร์เซน่อล ด้วยที่ต้องพูดกันตรงๆ แต่มันคือเรื่องจริง มีการเปิดเผยทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุด 50 อันดับ ในปี 2018 ซึ่งปรากฏว่า อาร์เซน่อล ทำได้ไม่เลวเลย พวกเขาอยู่อันดับที่ 39 ด้วยมูลค่า 2,238 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ ลอสแองเจลิส แรมส์ ทีมที่มี โครเอนเก้ เป็นเจ้าของเหมือนกัน ที่พวกคุณต่างค่อนขอดกันว่า โครเอนเก้ จะเอาเงินรายได้ของ อาร์เซน่อล ไปบริหาร แรมส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลที่เขารัก รั้งอันดับที่ 14!!

มูลค่าทีมสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ นั่นหมายความว่า อาร์เซน่อล ไม่ได้มีค่าสูงไปกว่า แรมส์ และมันจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาเงินรายได้อันน้อยนิดของ “เดอะ กันเนอร์ส” ไปเพิ่มทุนให้กับ แรมส์

ทีกับ แรมส์ กับ นักเก็ตส์ ลงทุนยิ่งใหญ่ ใช้เงินมากมาย จนขึ้นมาแถวหน้า แต่กับปืน ดันไม่ทุ่ม

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล หลังฮุบสโมรสรแบบผูกขาดเรียบร้อย

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล

ปัจจุบัน โครเอนเก้ พา แอลเอฯ แรมส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลใน เอ็นเอฟแอล และ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ ทีมบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับท็อปของลีก แต่กับ อาร์เซน่อล หลังจากได้ที่ 4 อยู่เป็นประจำ แต่ภายหลังเมื่อเริ่มมีการแข่งขันจาก บิ๊กโฟร์ กลายเป็น บิ๊กซิกซ์ทำให้พวกเขาหล่นลงมาเป็นทีมอันดับ 5-6 ในช่วงหลังด้วยซ้ำ

แฟนบอลก็อุตส่าห์ไปหาข้อมูลกันมานะครับ เพื่อเอามาโจมตี โครเอนเก้ เพียงแต่ไอ้ข้อมูลที่ได้มามันไม่ครบ หรืออาจจะเป็นข้อมูลเท็จ สุดท้ายเอามาโจมตีด้วยการบอกว่า 2 ทีมดังกล่าวที่โครเอนเก้ บริหารอยู่ในบ้านเกิดตัวเอง มีการใช้เงินมากมายเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ดันไม่สนใจใยดีกับ อาร์เซน่อล

คาดว่าพวกเขาคงไม่รู้จักกฎที่เรียกว่า “สลารี่ แคป”

มันคือการกำหนดเพดานค่าจ้างภายในทีม ยกตัวอย่างแบบสมมุติ เช่นทางลีกมีเพดานการใช้จ่ายทุกๆ ทีมอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญฯ แต่ละทีมจะจ้างผู้เล่นกี่คนยังไงก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าจ้าง หรือภาษาฟุตบอลเรียกว่าค่าเหนื่อย ไม่เกิน 1 ล้านต่อทีม ไม่ใช่ต่อคนนะ “ต่อทีม” และการย้ายทีมของตัวผู้เล่น ไม่ได้เป็นการซื้อขายเหมือนซอคเกอร์ แต่จะเป็นการเทรด แปลเป็นไทยคือการแลกกัน ไม่ว่าจะแลกด้วยตัวผู้เล่นกับตัวผู้เล่น หรือการแลกด้วยสิทธิ์ดราฟต์ ซึ่งก็คือสิทธิ์การคว้าตัวผู้เล่นดาวรุ่งในแต่ละปี

ฉะนั้น งบการเสริมทีมของ แรมส์ และ นักเก็ตส์ จะไม่มีการเพิ่มงบ หรือใช้มากจนบานปลายอะไรทั้งสิ้น ทุกๆ ทีมจะใช้จ่ายด้วยเงินเท่าๆ กัน ซึ่งงบเหล่านั้นมันก็ต้องใช้ในทุกๆ ปีอยู่แล้ว และย้ำอีกครั้งว่าการเอาตัวผู้เล่นคนนั้นคนนี้เข้ามา มันไม่ต้องใช้เงิน! คุณจะไปดึงดาวดังที่ไหนมาก็ได้ แต่สุดท้ายคุณต้องบีบค่าจ้างให้มันอยู่ในแคปของตัวเอง ซึ่งถามว่าดาวดังพวกนั้นจะทำตามเหรอ? มันไม่ได้มีผู้เล่นอย่าง เดวิน ดูแรนท์ ที่ทำแบบนั้นกับ โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส ทุกคนเสียหน่อย

ไม่เหมือนฟุตบอลที่คุณต้องใช้เม็ดเงินล้วนๆ ในการดึงตัวนักเตะเก่งๆ ดังๆ ซึ่งสุดท้ายมันสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับทีมที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไร ซึ่งเคยมีการหารือกันในวงการฟุตบอลด้วยซ้ำว่าจะนำกฎสลารี่ แคป มาใช้กับฟุตบอลยุโรปบ้าง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็น ไฟนันเชียล แฟร์เพลย์ แทน

โครเอนเก้ ขี้งก ไม่ยอมซื้อนักเตะ

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล

จริงอยู่ว่าในซัมเมอร์นี้ โครเอนเก้ ทำการต้อนรับกุนซือคนใหม่อย่าง อูไน เอเมรี่ ไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ใช้เงินซื้อนักเตะไปเพียง 70.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินดังกล่าว ยังไม่เท่ากับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อตัว โรเมลู ลูกากู มาคนเดียวเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าลองย้อนไปตามข่าวสารดูดีๆ การที่พวกเขาใช้เงินไป 70 ล้าน ถือว่ามากกว่าที่บรรดาสื่อตีข่าวเอาไว้ก่อนหน้าเสียด้วยซ้ำ

มีการลือกันว่า เอเมรี่ จะสามารถใช้งบในการซื้อนักเตะได้เพียง 50 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้าย โคเอนเก้ ก็ให้งบที่มากกว่าเสียงร่ำลือกัน ในซัมเมอร์หน้า มีการตีข่าวออกมาล่าสุดอีกว่าทีมจะมีงบให้ซื้อเพียง 45 ปอนด์ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้อีกครั้งที่ “ปืนใหญ่” อาจจะได้งบที่มากกว่านั้น

และถ้ามองย้อนกลับไปอีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปีสุดท้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้มีการนำเข้านักเตะมาหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, อเล็กซองเดร ลากาแซ็ตต์, เฮนริค มติตาร์ยาน และ คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส ซึ่งมูลค่ารวมทั้ง 4 คน อยู่ที่ 137 ล้านปอนด์!!

ถ้าตัด “มิคกี้” ที่เป็นการแลกตัวกับ อเล็กซิส ซานเชซ ไป ก็จะเหลือ 107 ล้านปอนด์ คำถามที่ต้องตั้งกลับไปถามแฟนบอล อาร์เซน่อล คือ เงินจำนวนดังกล่าว มันไม่เยอะหรือ?

เรื่องทั้งหมดที่ได้เอามาชี้แจงกัน เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในการวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าแฟนบอลที่พบเจอในโลกโซเชี่ยลเท่านั้น ไม่ได้เป็นการโน้มน้าวให้แฟน “ปืนใหญ่” ทุกๆ คนต้องเลิกเกลียด โครเอนเก้ เพียงแต่อยากจะชี้แจงในส่วนที่หลายๆ คนยังเข้าใจผิดอยู่

เพราะเอาจริงๆ สิ่งที่ โครเอนเก้ ทำในบางอย่าง ก็สมควรที่จะถูกตั้งข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเงินสร้างสนามใหม่ให้กับ แอลเอฯ แรมส์ หรือจะเป็นการเจียดเวลาของตัวเอง เข้ามาชมเกมที่ อาร์เซน่อล ลงเล่นบ้าง ให้ดูเหมือนว่าพี่แกใส่ใจกับการบริหารทีมสักหน่อย

ไขข้อข้องใจ โครเอนเก้ เจ้าของอาร์เซนอล

หรือไม่ก็เป็นการบริหารการตลาดที่เขาและกลุ่มบริษัทของเขาทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้มีงบประมาณในการเสริมทัพได้ไม่มากเท่ากับ ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเมื่อคุณมีนโยบายที่จะทำทีมแบบไม่ควักเงินจากกระเป๋าตัวเอง คุณก็ควรจะต้องหาเงินจากช่องทางอื่นๆ ใช่หรือไม่?

และยังมีเรื่องค่าตั๋วเข้าชมสำหรับแฟนบอลทีมตัวเองที่มันมากซะจนคนต้องออกมาบ่นกันระงม และแม้ว่าปัจจุบันจะเคลียร์หนี้ในการทุ่มทำสนามไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีการลดค่าตั๋วเข้าชมลงแต่อย่างใด และยังเป็นทีมที่เก็บเงินค่าชมเกมแพง สุดในประเทศอีกด้วย

สุดท้ายแล้ว โครเอนเก้ เองก็ยังมีอะไรอีกลายค่อหลายอย่างให้ปรับปรุงแก้ไข และซื้อใจแฟนบอล ซึ่งดูเหมือนอย่างหลังเขาจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ซึ่งถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป รังจะมีแต่ทำให้เขาจะถูกกดดันจากกลุ่มคนเหล่านั้นมากขึ้นเท่านั้น

แต่อยากให้สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” เข้าใจว่า อย่าสักแต่จะด่า หรือไปตามแช่งทีมที่มีเจ้าของเดียวกัน ด้วยข้อมูลที่มั่วและไม่จริง มันดูไม่เท่เอาเสียเลย